หลอดเลือดหัวใจตีบ

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือเรียกว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นโรคที่พบบ่อยมากในปัจจุบัน สาเหตุเกิดจาก การมีภาวะแข็งตัวของผนังหลอดเลือดแดง จากการสะสมของไขมันเกาะตามผนังหลอดเลือดแดงหัวใจ ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบแคบลง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง

อาการของ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั้น บางรายอาจไม่พบอาการอะไรเลย แต่โดยทั่วไปจะพบว่ามีอาการเจ็บ แน่นหน้าอกและอาจเจ็บลามไปขากรรไกร หรือไหล่ซ้าย มักเป็นมากขณะออกกำลังกายหรือทำงาน อาจเจ็บครั้งละ 2-3 นาที ความรุนแรงแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย เช่น เจ็บกลางหน้าอกบริเวณลิ้นปี่ เจ็บแบบจุกแน่นคล้ายมีอะไรมาบีบหรือกดทับไว้ หายใจไม่สะดวก เหนื่อยง่าย หากเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาจทำให้เสียชีวิตกะทันหัน เช่น เล่นกีฬา แล้วเสียชีวิต เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงของ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

  1. ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ คือ เพศชายมีความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ อายุมากขึ้น
  2. ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย นั่งอยู่กับที่ ซึ่งสามารถรักษาได้โดยใช้กระบวนการทาง Cath Lab หรือห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ ซึ่งเป็นทางเลือกของการตรวจรักษาหัวใจแบบไม่ผ่าตัด โดยห้องปฏิบัติการสวนหัวใจหรือห้องปฏิบัติการสำหรับตรวจหัวใจ และหลอดเลือดหัวใจ เป็นการตรวจวินิจฉัยที่ได้มาตรฐานและได้ผลแม่นยำสำหรับโรคนี้

จุดเด่นของการสวนหัวใจคือ สามารถรักษาควบคู่กับการตรวจวินิจฉัย ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ขนาดแผลเล็ก เจ็บตัวน้อย นอนโรคพยาบาลระยะสั้น ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ความเสี่ยงน้อย โดยก่อนทำการสวนหัวใจแพทย์จะฉีดยาเฉพาะจุด แล้วใส่สายสวนขนาดเล็กผ่านทางหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบไปยังหลอดเลือดหัวใจ สามารถทราบผลการวินิจฉัยทันทีหลังการตรวจ ถ้าตรวจพบว่ามีการตีบตัน แพทย์สามารถให้การรักษาโดยขยายหลอดเลือดควบคู่กันไปได้เลยหลังจากตรวจหลอดเลือดหัวใจเสร็จแล้ว

ดังนั้น หากมีอาการเจ็บหน้าอก และสงสัยว่าเป็นอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แพทย์จะตรวจเบื้องต้นถึงโอกาสเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบตันจากอาการเจ็บหน้าอกว่าใช่หรือไม่ และมีความรุนแรงเพียงใด แล้วตรวจเพิ่มเติมด้วยการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจเลือด วิ่งสายพาน และอัลตราซาวด์หัวใจ เมื่อผลการตรวจมีข้อบ่งชี้ของโรคจึงวินิจฉัยขั้นสุดท้ายด้วยการตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ เพื่อวางแผนการรักษาขั้นต่อไป